ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เตต้าลาแมนซิตี้รอเปิดตัวคุมอาร์เซน่อล

อาร์เตต้าลาแมนซิตี้รอเปิดตัวคุมอาร์เซน่อล

เหลือแค่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น! นักข่าวคนดังยัน มิเกล อาร์เตต้า ลา แมนฯ ซิตี้ เพื่อมาเป็นกุนซือใหม่ อาร์เซน่อล แล้ว คาดเซ็น 3 ปีครึ่ง รับฤดูกาลละ 5 ล้านปอนด์

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวคนดังของ สกาย สปอร์ตส์ รายงานข่าวว่า  มิเกล อาร์เตต้า อำลาตำแหน่งผู้ช่วยของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้ว เพื่อเข้ามารับงานคุมทีม อาร์เซน่อล อดีตต้นสังกัดในเร็วๆ นี้

ดิ มาร์ซิโอ ทวีตข้อความเมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า “อาร์เตต้า อำลา แมนฯ ซิตี้ และจะเป็นผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล คนต่อไป”

อาร์เตต้า วัย 37 ปี เคยค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล ระหว่างปี 2011-2016 โดยลงเล่นในทุกรายการไป 149 นัด ก่อนที่จะไปทำงานเป็นสตาฟฟ์โค้ชให้กับ แมนฯ ซิตี้ และสร้างความประทับใจให้กับ เป็ป อย่างมาก จนมีข่าวว่า “เรือใบสีฟ้า” วางตัวให้เป็นทายาทคุมทีมต่อไป

ทั้งนี้ เป็นที่คาดว่า อดีตกองกลางชาวสแปนิช จะเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง และรับค่าเหนื่อยฤดูกาลละ 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 190 ล้านบาท) ผลบอลพรีเมียร์ลีก

ครบ1ปีแมนยูไล่มูรินโญ่-เทียบผลงานโซลชา

ครบ1ปีแมนยูไล่มูรินโญ่-เทียบผลงานโซลชา

เทียบผลงานคุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาลสุดท้าย หลังครบรอบ 1 ปีแล้วที่ “เดอะ สเปเชียล วัน” โดนเด้ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ปี 2018 และตอนนี้ก็เป็นเวลา 1 ปีแล้ว ก่อนที่ปัจจุบันกุนซือชาวโปรตุเกส จะกุมบังเหียน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ในฤดูกาล 2018/19 มูรินโญ่ พาทีมลงเตะไป 17 เกม เก็บชัยชนะได้ 7 นัด และมีแต้มตาม ลิเวอร์พูล จ่าฝูงในเวลานั้นถึง 19 คะแนน และฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาโดนไล่ออกคือพา แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปแพ้ “หงส์แดง” 1-3

หลังจากเด้ง มูรินโญ่ ไปแล้วนั้น “ปีศาจแดง” ก็ได้ตั้งให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตกองหน้าของทีมเข้ามาเป็นกุนซือชั่วคราว และเจ้าตัวก็ทำผลงานเยี่ยมจนได้รับสัญญาคุมทีมถาวรในที่สุด https://line.me/R/ti/p/%40ufabetwins

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2019/20 โซลชา พาทีมทำผลงานได้ไม่ดีนัก หลังเตะไป 17 นัด มี 25 คะแนน รั้งอันดับ 6 ของตาราง ตามจ่าฝูง ลิเวอร์พูล ถึง 24 คะแนนเลยทีเดียว

 เทียบผลงานในลีก โซลชา 2019/20 กับ มูรินโญ่ 2018/19
โซลชา                มูรินโญ่

17         เกม            17
6           ชนะ             7
7           เสมอ            5
4           แพ้               5
26        ประตูได้        29
20        ประตูเสีย       29
25        คะแนน          26

เปิดผลโหวตแฟนแมนยูอยากได้ฮาแลนด์หรือไม่

เปิดผลโหวตแฟนแมนยูอยากได้ฮาแลนด์หรือไม่

สื่อดังเปิดผลโหวตแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อยากให้ทีมรักดึง เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอก ซัลซ์บวร์ก มาเสริมทัพหน้าหนาวหรือไม่ หลังมีข่าว “ปีศาจแดง” พร้อมจ่ายเงินก้อนโต

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่า เตรียมปาดหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก ในการคว้าตัว เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่ง เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 76 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,888 ล้านบาท) ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคม แต่จะส่งนักเตะกลับไปเล่นกับต้นสังกัดเดิมแบบยืมตัวจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้

จากผลสำรวจออกมาว่า แฟนบอล 72 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับการดึง ฮาแลนด์ มาเสริมทัพ หลังจากหัวหอกวัย 19 ปี กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมซัดไป 24 ประตูจาก 22 เกมในซีซั่นนี้

ขณะที่อีก 28 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่า ไม่ใช่การเซ็นสัญญาที่เหมาะสมของ “ปีศาจแดง” เพราะมีตัวเลือกอื่นที่น่าซื้อมากกว่าอย่าง เจมส์ แมดดิสัน กองกลาง เลสเตอร์ ซิตี้ หรือ เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นต้น

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก Liverpool ได้รับตำแหน่งเป็น Red Bull Salzburg

ทาคูมิมินามิโนะลงแข่งกับลิเวอร์พูลในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้

เรดบูลล์ซาลซ์บูร์กฝ่ายซ้ายทาคูมิมินามิโนจะมีแพทย์ลิเวอร์พูลในวันพุธนี้และจะเข้าร่วมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกในวันที่ 1 มกราคม

ประเทศ ญี่ปุ่น ที่มี อายุ 24 ปี คิดว่า จะมี มาตราการ วางเดิมพัน 7.25 ล้าน ปอนด์ Minamino ทำประตู ได้เก้า ประตู และ ให้การ ช่วยเหลือ 11 ครั้งใน 22 นัด สำหรับ ซาลซ์บูร์ก ในฤดูกาล นี้

เขาเล่น ในเกมลีก แชมเปียนส์ลีก ทั้ง สองทีม ของเขา กับทีม หงส์แดง ในฤดูกาลนี้ โดย ใช้ตาข่าย ในการ เอาชนะ 4-3 ที่แอนฟิลด์ ในเดือน ตุลาคม

ลิเวอร์พูล ชนะ 2-0 ในซาลซ์บูร์ก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อ รักษา ตำแหน่ง ในการ แข่งขัน 16 นัด สุดท้าย ซึ่งพวกเขา จะต้อง เผชิญหน้า กับ แอตเลติโกมาดริด

แม้จะเล่น กับทีม สีแดง ในแชม เปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ มินามิโน่ จะมีสิทธิ์ เล่นให้ กับแชมป์ยุโรป ในช่วงการ พิศวง ของทัวร์ นาเมนต์ หลังจาก การเปลี่ยนแปลง กฎของ Uefa เมื่อปีที่แล้ว

ญี่ปุ่น ที่ลิเวอร์พูล เชื่อว่า มีค่ามากกว่า เสียง แหลม ประโยค ปล่อยเขา ก็จะหนุนทีม 10 คะแนน ที่ชัดเจน ของเลสเตอร์ซิตี้ วางสองอันดับ ที่ด้านบน ของพรีเมียร์ลีก ในขณะ ที่สีแดงมอง ที่จะชนะ ชื่อบนเที่ยว บินแรก ของพวก เขา ตั้งแต่ 1990

เมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมา แอสตัน วิลล่า ถูกเขี่ย ออกจาก การแข่งขัน คาราบาวคัพ น้อง คนสุดท้อง ของเรด สตาร์เริ่มเข้าแถว เพราะ ทีมชุดแรก อยู่ในกาตาร์ สำหรับ Club World Cup – แพ้ 5-0 ที่ Villa Park

คุณสามารถ ดูรอบรองชนะเลิศ ของทีม ลิเวอร์พูล กับมอนเตร์เรย์ ชาวเม็กซิกัน ในโดฮาสดทาง BBC Two ได้ตั้งแต่เวลา 17:00 น. GMT ในวันพุธ (เตะ 17:30)

ทีมของ Jurgen Klopp ยังเผชิญ กับการแข่งขัน รอบที่สาม ที่ยาก กับ เอฟเอคัพ กับคู่แข่ง ของเมอร์ซีย์ ไซด์เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันที่ 5 มกราคม

กองกลาง Fabinho ยังคง ถูกกีดกัน จากการ บาดเจ็บ พร้อมกับ ผู้พิทักษ์ โจเอล Matip และ Dejan Lovren กองกลาง Georginio Wijnaldum ผู้บาดเจ็บ จากการได้รับชัยชนะ ในวันเสาร์ ที่วัตฟอร์ด ได้เดินทาง ไปกับทีม ที่กาตาร์ แต่จะ ไม่สามารถ เผชิญหน้า กับมอนเตร์เรย์ ได้

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>> https://line.me/R/ti/p/%40ufabetwins
หน้าแรก >>> ผลบอลพรีเมียร์ลีก

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก : เด็กเก็บบอล : ตำแหน่งที่หลายคนมองข้าม แต่ขาดไม่ได้ในโลกฟุตบอล

หนึ่งในข่าวใหญ่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ทั่วโลกให้ความสนใจคือเรื่องราวของ “คัลลั่ม ไฮน์ส” เด็กเก็บบอลของทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อเด็กหนุ่มวัยเพียง 15 ปี มีส่วนสำคัญในการช่วยส่งบอลให้ผู้เล่นฝ่ายเจ้าบ้านนำไปทุ่มอย่างรวดเร็ว และจากจังหวะนั้น แฮรี่ เคน ก็ยิงเข้าไปเป็นประตู ช่วยให้ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ตีเสมอ โอลิมเปียกอส ยอดทีมจากกรีซได้สำเร็จ ก่อนที่การแข่งขันนัดนั้นจะจบลงด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 2 ชัยชนะตกเป็นของทีมไก่เดือยทอง ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

เหตุการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กหนุ่มไฮน์สไปในชั่วข้ามคืน แฟนบอลทั่วโลกรู้จักชื่อของเขา ได้รับคำชมจาก “โชเซ่ มูรินโญ่” กุนซือทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้รับรางวัลเป็นการร่วมรับประทานอาหารกับผู้เล่นชุดใหญ่ของทีมอีกด้วย

เรื่องราวของ คัลลั่ม ไฮน์ส ทำให้โลกหันกลับมาสนใจตำแหน่งข้างสนามตำแหน่งนี้อีกครั้ง เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา “เด็กเก็บบอล” มักถูกมองข้าม และไม่ได้รับการให้ความสนใจเท่าไรนัก นี่จึงเป็นการณ์ดีที่จะพูดถึงเรื่องราวของตำแหน่งนี้

เด็กเก็บบอลมีประวัติความเป็นมาอย่างไร? ตำแหน่งนี้ควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร? ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ไหนบ้างที่พิสูจน์ให้เห็นความสำคัญของตำแหน่งนี้? ติดตามได้ในบทความนี้ของ Main Stand

ภาพลวงตาข่มขวัญ

การจะตอบคำถามว่าตำแหน่งเด็กเก็บบอลนั้นมีจุดเริ่มต้น ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร อาจจะต้องย้อนเวลากลับไปไกลเสียหน่อย ในยุค 1900s หรือกว่าหนึ่งร้อยปีที่แล้ว ณ สโมสรฟุตบอลที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี

ในช่วงเวลานั้น เชลซี มีผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูคนหนึ่งชื่อว่า “วิลเลียม โฟลค์เก้” (William Foulke) ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ด้วยขนาดรูปร่างที่ใหญ่โต โฟลค์เก้ สูง 6 ฟุต 4 นิ้ว หรือประมาณ 194 เซนติเมตร และหนักถึง 336 ปอนด์ หรือกว่า 152 กิโลกรัม จนได้รับฉายาว่า “Fatty” ด้วยขนาดรูปร่างแบบนี้ เมื่อเขายืนประจำการอยู่หน้าปากประตูจึงไม่ต่างจากยักษ์เฝ้าทวารนรก เป็นภาพที่สร้างความเกรงขามให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้เป็นอย่างดี

สโมสรเชลซีรู้ถึงข้อดีของ วิลเลียม โฟลค์เก้ ที่แม้จะยืนอยู่เฉยๆ ก็ทำให้คู่แข่งรู้สึกหวาดกลัวได้ ก่อนที่คณะผู้บริหารทีมในขณะนั้นจะผุดไอเดียสุดบรรเจิดขึ้นมาเพื่อทำให้ข้อได้เปรียบที่พวกเขามีอยู่แล้วทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก

ไอเดียดังกล่าวคือการจ้างเด็กหนุ่มร่างเล็กมายืนประจำอยู่ข้าง ๆ เสาประตูทั้งสองฝั่งเพื่อเก็บบอลที่หลุดออกหลังไป แต่จุดประสงค์จริงๆ ของพวกเขาคือ “การสร้างภาพลวงตา” เพราะเมื่อ โฟลค์เก้ ที่มีรูปร่างใหญ่โตอยู่แล้ว ถูกขนาบข้างด้วยเด็กหนุ่มที่สูงไม่ถึงไหล่ของเขา ยิ่งทำให้ โฟลค์เก้ ดูร่างใหญ่ยักษ์ขึ้นไปอีก เป็นกลยุทธ์ข่มขวัญคู่ต่อสู้ สร้างความได้เปรียบในการเล่นเป็นทีมเจ้าบ้านอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นบทบาทในสนามของเด็กเก็บบอล ก่อนที่สโมสรอื่นๆ จะเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของหน้าที่นี้ด้วยเช่นกัน เพราะต่อให้ในทีมจะไม่มีผู้รักษาประตูร่างยักษ์เหมือน วิลเลียม โฟลค์เก้ แต่การมีเด็กเก็บบอลคอยประจำอยู่ตามจุดต่าง ๆ นั้นทำให้ทีมสามารถนำลูกฟุตบอลกลับมาเล่นต่อได้เร็วขึ้นในขณะที่ทีมตามหลังอยู่ หรือใช้เพื่อถ่วงเวลาเล็กน้อยในกรณีที่ทีมมีประตูนำ นับจากนั้นเป็นต้นมา เด็กเก็บบอลจึงเป็นตำแหน่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมีการแข่งขัน

อย่างไรก็ตามถึงแม้เด็กเก็บบอลจะดูเป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน เพราะพวกเขาสามารถรับชมเกมในสนามจากตำแหน่งที่ดีที่สุด มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับนักฟุตบอลในดวงใจ อีกทั้งยังได้รับค่าจ้าง แต่ก็ใช่ว่าหน้าที่นี้ใครจะมาทำก็ได้ …

เด็กเก็บบอลที่ดี

ในปัจจุบันการจะเข้ามาทำหน้าที่เด็กเก็บบอลนั้น แต่ละสโมสรก็มีหลักเกณฑ์แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่จะคัดเลือกมาจากผู้เล่นเยาวชนของทีม หรือนักเตะเยาวชนในลีกท้องถิ่นของเมือง เช่นสโมสร อาร์เซน่อล ที่จะคัดเลือกผู้เล่นในรุ่นอายุระหว่าง 12-16 ปีของทีมเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้ หรือสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ที่จะคัดเลือกจาก Russell Foster Youth League ซึ่งเป็นลีกท้องถิ่นของเมือง อย่างไรก็ตามในบางสโมสรก็มีการคัดเลือกที่แตกต่างออกไป เช่นสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาประกาศรับสมัครเด็กเก็บบอลผ่านทางเว็บไซต์ โดยระบุคุณสมบัติว่า

 

“ต้องเป็นเด็กผู้ชายหรือหญิง อายุระหว่าง 11-12 ปี สามารถเข้าร่วมทำหน้าที่ในทุกนัดที่ทีมเล่นเป็นเจ้าบ้านได้ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน สามารถรับและขว้างบอลได้อย่างรวดเร็ว อดทดนั่งอยู่นิ่งๆ ในสภาพอากาศเลวร้ายได้เป็นเวลานาน และที่สำคัญต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง”

เมื่อได้รับการคัดเลือกเข้ามาแล้ว เด็กเก็บบอลก็จะได้รับการอบรมฝึกสอนแตกต่างกันออกไปตามธรรมเนียมของแต่ละสโมสร แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก

“ในฐานะที่ผมเป็นผู้จัดการทีม ผมมักจะบอกกับเด็กเก็บบอลเสมอว่า ถ้าทีมอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบ อย่าคืนบอลกลับมาเร็วนัก ไม่ว่าจะเป็นการคืนให้ฝั่งไหนก็ตาม” เกล็น ฮอดเดิ้ล อดีตตำนานนักเตะทีมชาติอังกฤษ และอดีตผู้จัดการสโมสรเชลซีในช่วงยุค 90s กล่าว

“ที่สำคัญคืออย่าสร้างความได้เปรียบให้กับทีมตรงข้ามอย่างเด็ดขาด และห้ามเข้าไปมีส่วนกับการเล่นในจังหวะที่บอลยังไม่ตาย” ความเห็นของ วิลล์ ดีน นักข่าวกีฬาจากสื่อ The Independent

“เขาไม่ได้นั่งเฉยๆ เหม่อมองไปยังอัฒจันทร์หรือแสงไฟ แต่เขารู้จักการอ่านเกมในสนาม และใช้มันให้เป็นประโยชน์” โชเซ่ มูรินโญ่ พูดถึงคุณสมบัติการเป็นเด็กเก็บบอลที่ดีของ คัลลั่ม ไฮน์ส

 

อย่างไรก็ตามในบางสโมสร หน้าที่ของเด็กเก็บบอลก็อาจจะมากและยากกว่านั้น ตัวอย่างเช่นเด็กเก็บบอลของสโมสร สโต๊ค ซิตี้ ในยุคที่ยังใช้การทุ่มเป็นอาวุธหลักในการโจมตี เด็กเก็บบอลของพวกเขาจะต้องเช็ดลูกบอลให้แห้งหรือส่งผ้าเช็ดบอลให้นักฟุตบอลที่รับหน้าที่ทุ่ม

ดังนั้นถึงแม้เด็กเก็บบอลจะเป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเข้ามาทำหน้าที่นี้ได้ และทำมันได้ดี ยิ่งไปกว่านั้นในบางครั้งเด็กเก็บบอลก็มีความสำคัญอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ยืนยันได้จากหลายเหตุการณ์ที่จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

ประวัติศาสตร์จารึก

เรื่องราวของ คัลลั่ม ไฮน์ส คือหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่เด็กเก็บบอลเข้ามามีส่วนร่วมจนส่งผลทำให้ทีมเจ้าบ้านได้รับชัยชนะ แต่ในประวัติศาสตร์ลูกหนังที่ผ่านมายังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ทำให้รับรู้ว่าเด็กเก็บบอลไม่ใช่แค่ตำแหน่งที่โดนมองข้าม แต่พวกเขานี่แหละคือผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง

 

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทุกคนน่าจะจำได้ดีคือในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2018-19 เกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ บาร์เซโลน่า ซึ่งเกมนี้เป็นเกมนัดที่สอง โดยในเกมแรกเป็นฝ่ายหงส์แดงที่ปราชัยมาก่อนด้วยสกอร์ 3-0 อย่างไรก็ตามเมื่อสัญญาณเริ่มการแข่งขันที่ แอนฟิลด์ ดังขึ้น กลายเป็นลิเวอร์พูลที่พับสนามบุก จนทำสกอร์รวมกลับมาเสมอ 3-3 ได้สำเร็จ และถ้ายิงประตูต่อไปได้ พวกเขาจะกลายเป็นฝ่ายเข้ารอบทันที

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 79 ลิเวอร์พูลได้ลูกเตะมุม ในจังหวะนั้น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งรับหน้าที่เปิดลูกเตะมุมเป็นประจำทำท่าเดินออกมาจากมุม เหมือนกับว่าจะมีการเปลี่ยนคนเตะลูก แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง เทรนต์ ก็วิ่งกลับมาที่มุมธง ก่อนจะเปิดลูกเข้ากลางไปท่ามกลางความมึนงงของผู้เล่นทีมเยือน แต่ ดีว็อก โอรีกี ศูนย์หน้าทีมหงส์แดงไม่งงตามไปด้วย เขาจัดการเปลี่ยนลูกเปิดนั้นให้กลายเป็นประตูได้สำเร็จ ซึ่งนี่คือประตูชัยส่งให้ลิเวอร์พูลทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และได้แชมป์ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามจังหวะนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเด็กเก็บบอลในตำแหน่งดังกล่าวไม่ส่งบอลกลับมาให้ เทรนต์ อย่างรวดเร็ว

 

หรืออีกเหตุการณ์ที่ผู้คนทั่วโลกน่าจะจดจำได้ดี เกิดขึ้นในเกมระหว่าง สวอนซี ซิตี้ กับ เชลซี ในรายการ ลีก คัพ ฤดูกาล 2012-13 รอบรองชนะเลิศ โดยเกมนี้เป็นการแข่งขันนัดที่ 2 หลังนัดแรกเป็นฝ่าย “หงส์ขาว” ที่บุกไปกำชัยชนะมาก่อนด้วยสกอร์ 2-0

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 78 สกอร์ยังเสมอกันที่ 0-0 ซึ่งถ้าเกมนี้จบลงด้วยสกอร์ดังกล่าว สวอนซีจะเข้ารอบทันทีด้วยผลสกอร์รวม ทำให้บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างตึงเครียด ฝ่ายเชลซีต้องการรีบเล่นที่สุดเพื่อเอาประตูคืน ตรงข้ามกับเจ้าบ้านที่ต้องการเผาเวลาให้มากที่สุด ก่อนที่เหตุการณ์โลกจารึกจะเกิดขึ้น ในจังหวะที่เชลซีทำบอลหลุดออกหลัง เป็นลูกตั้งเตะจากประตูของสวอนซี ด้วยความที่เชลซีต้องการให้รีบเล่นที่สุด เอแดน อาซาร์ จึงวิ่งไปเอาบอลลูกดังกล่าวเพื่อนำมาให้กับผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม แต่ก่อนที่ อาซาร์ จะไปถึงบอล เด็กเก็บบอลของฝ่ายเจ้าบ้านก็มาคว้าลูกไปได้ก่อน และนอนกอดมันไว้ เห็นแบบนั้น ด้วยความโมโห อาซาร์จึงจัดการเตะไปที่เด็กเก็บบอลคนดังกล่าวเพื่อให้เขาคืนบอลกลับมา

เหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องฉาวระดับโลก เอแดน อาซาร์ โดนแบน 3 นัดจากพฤติกรรมดังกล่าว ในขณะที่ “ชาลี มอร์แกน” เด็กเก็บบอลต้นเรื่อง (แถมยังเป็นลูกชายของ มาร์ติน มอร์แกน บอร์ดบริหารของสโมสร) กลายเป็นคนดังและฮีโร่ของทีมสวอนซีไปในทันที เพราะเกมดังกล่าวจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ทีมหงส์ขาวเป็นฝ่ายเข้ารอบ แถมยังคว้าแชมป์ได้ในเวลาต่อมาอีกเช่นกัน

เหตุการณ์เหล่านี้คือข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า เด็กเก็บบอลนั้นไม่ใช่แค่หน้าที่ธรรมดาที่ใครจะมาเป็นก็ได้ แต่พวกเขาเปรียบเสมือนผู้เล่นอีกหนึ่งคนของฝั่งเจ้าบ้าน ดังนั้นเด็กเก็บบอลจึงมีความสำคัญไม่แพ้ตำแหน่งอื่นๆ ในสนาม ที่ไม่ควรถูกมองข้ามหรือละเลยโดยเด็ดขาด

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>> https://bookrank.net/

หน้าแรก >>> ผลบอลพรีเมียร์ลีก

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก วิกเตอร์ร่วมกับคิปโชเก้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียนให้กระตือรือร้น

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก เมื่อวันศุกร์ (13 ธันวาคม) เด็กนักเรียนในท้องถิ่นได้เข้าร่วมโดยสเปอร์วิกวิคยานนี่กองกลางและเอลิฮูดคิปโชเก้ผู้ทำลายสถิติโลกเพื่อเข้าทำงานเดอะเดลี่ไมล์

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก สเปอร์แฟนอีเลียดผู้เป็นเพื่อนของเพื่อนชาวเคนยาวิคเตอร์สร้างประวัติศาสตร์ในเดือนตุลาคมที่ INEOS 1:59 ท้าทายด้วยการเป็นคนแรกที่วิ่งมาราธอนสองชั่วโมง เพื่อเป็นการระลึกถึงความสำเร็จของเขาเขาได้รับการโหวตให้เป็น World Sport Star แห่งปีของ BBC Sports Personality สุดสัปดาห์นี้

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก

งานวันศุกร์ที่โรงเรียนประถม Earlsmead ใน Tottenham ให้โอกาสแก่นักเรียน 120 คนในการถามคำถาม Victor และ Eliud ว่าใครเป็นแรงบันดาลใจพวกเขามีแรงบันดาลใจและคำแนะนำที่พวกเขาจะให้กับคนหนุ่มสาวอย่างไร
ทั้งคู่วิ่งไปรอบ ๆ สนามเด็กเล่นพร้อมกับเด็ก ๆ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ The Daily Mile ซึ่งตอนนี้มีเด็กลอนดอนถึง 245,000 คนเข้าร่วมในระหว่างวันที่โรงเรียน
มูลนิธิท็อตแนมฮ็อตสเปอร์สนับสนุนความคิดริเริ่มในโรงเรียนทั่ว Enfield และ Haringey ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการเพิ่มการมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเป็นนิสัยที่ปกติสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนท้องถิ่นของสโมสร
โค้ชของมูลนิธิใช้เวลาหนึ่งวันต่อสัปดาห์ในการส่งมอบการสนับสนุน PE ในโรงเรียนของพื้นที่ผ่านพรีเมียร์ลีกระดับดาว โปรแกรมช่วยให้ครูสร้างความมั่นใจในการวางแผนและดำเนินการบทเรียน PE คุณภาพสูง
Eliud กล่าวในงานอีเวนต์กล่าวว่า:“ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ที่นี่กับวิกเตอร์ในวันนี้ ในฐานะเอกอัครราชทูตรายวันประจำวันและเป็นแฟนของสเปอร์สฉันคงไม่พลาดมันไปทั่วโลก นี่เป็นเหตุการณ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงที่จะกระตุ้นให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในกีฬามากขึ้นและส่งเสริมความสำคัญของการออกกำลังกายเป็นประจำ
Victor กล่าวเสริมว่า:“ มันเหลือเชื่อ มากที่ได้อยู่ที่นี่ กับเพื่อนของฉัน Eliud Kipchoge การสร้าง ประวัติศาสตร์ ในกรุงเวียนนา ในปีนี้เขา เป็นแรงบันดาลใจ ที่แท้จริง เป้าหมาย ของเราใน วันนี้คือการ ส่งเสริมให้คน หนุ่มสาวทุกที่ ใช้งานซึ่งสร้าง ความแตกต่างที่แท้ จริงต่อสุขภาพและ ความเป็นอยู่ของพวกเขา”
ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก

เจอร์เก้น คล็อปป์  ให้การปรับปรุงการบาดเจ็บ เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ 

เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ พลาดการฝึกซ้อม ครั้งแรกขอ งลิเวอร์พูลใน โดฮาก่อนการ แข่งขันรอบ ชิงชนะเลิศ ของสโมสร เวิลด์คัพรอบ ชิงชนะเลิศ กับมอนเตร์เรย์
เจอร์เก้น คล็อปป์ ยืนยันว่า เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ เหมาะสมที่ จะเริ่มต้น ให้กับทีมลิเวอร์พูล ในการแข่งขัน ฟุตบอลโลกรอบ รองชนะเลิศ
ลิเวอร์พูล เข้าร่วมมอนเทอเรย์ ในวันพุธเนื่องจาก พวกเขาประมูล ให้จบในปี 2019 ด้วยถ้วยรางวัลอีกถ้วย
มีความกลัว มากกว่ ากำยำป้องกัน เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ หลังจากที่ เขาพลาดการ ฝึกอบรมในวันจันทร์ที่มี Dejan Lovren และ Joel Matip กีดกันอยู่แล้วผ่านการบาดเจ็บ
แต่ Klopp ได้ยืนยัน ว่าชาวดัตช์ กำลังฟื้นตัว หลังจากที่ ชนะเหนือ Norwich และเหมาะที่ จะเริ่มต้นใน การป้องกัน กลางพร้อมกับ โจโกเมซ
“ Virgil ไม่เป็นไร เราต้องทำสิ่งต่าง ๆ สำหรับการ กู้คืนที่แตกต่าง กันทั้งหมดที่เหลือก็ดี” Klopp กล่าว
Gini Wijnaldum เดินทางไป โดฮากับเพื่อน ร่วมทีมลิเวอร์พูล แต่จะพลาด การแข่งขัน รอบรองชนะเลิศ
ในขณะเดียว กันเจมส์มิลเนอร์ ยืนยันว่าลิเวอร์พูล มีความมุ่งมั่น ที่จะชนะการ แข่งขันด้วย อายุต่ำกว่า 23 ปีของพวกเขา ในการแข่งขัน คาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ กับแอสตันวิลล่า
เขากล่าวเสริมว่า: “ไม่น่าเชื่อนี่ คือหนึ่งในรางวัล ที่สโมสรยัง ไม่ได้รับและ มันยากที่จะหา รางวัลที่สโมสร ยังไม่ได้รับ ดังนั้นเราจึง อยากจะเพิ่มมัน
“ มันพิเศษที่จะอยู่ที่นี่คุณจะต้องได้รับสิ่งที่ถูกต้องมันจะเป็นเรื่องยาก แต่คุณต้องการนิสัยที่ชนะเรามีรสชาติของถ้วยรางวัลและเราต้องการให้แน่ใจว่าเรายังคงรักษาโมเมนตัมต่อไป .
“ เรามีเกมที่ ยากสองสาม เกมให้เล่นก่อน เราต้องทำ ให้แน่ใจว่า ผู้จัดการ มีความสุขและ เราไม่ได้รับการ ล็อคมากเกินไป “

อ่านต่อได้ที่ >>> ผลบอลพรีเมียร์ลีก

เพิ่มเติมได้ที่ >>> https://line.me/R/ti/p/%40ufabetwins

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก : ไม่เสี่ยง ไม่รวย : พอช, มูรินโญ่ และ สเปอร์ส … ภาพจำลองของการสร้างบริษัทระดับโลก

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก “เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ โดนสเปอร์สไล่ออกแล้ว เขาคนนี้พาทีมชกข้ามรุ่นมาตลอด 5 ปี เอาเถอะ โชคดีแล้วกัน ขอให้หาคนมาแทนที่ดีกว่าเขาให้ได้ … แต่ผมว่าไม่มีหรอก”

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก นี่คือข้อความที่ แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตนักเตะของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และพิธีกรรายการ Match of the Day ของสถานีโทรทัศน์ BBC

บอกเล่าถึงความในใจที่เขามีต่อเหตุการณ์นอกสนามที่ “เกินคาด” มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

โปเช็ตติโน่ พาสเปอร์ส เข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกของสโมสรเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะได้แชมป์หรือไม่ แต่ทุกคนชื่นชมและยกย่อง

ความสามารถของเขา

แต่มันเกิดอะไรขึ้นในอีก 6 เดือนต่อมา เมื่อโค้ชดาวรุ่งที่ดีที่สุดคนหนึ่งในยุโรปกลับโดนไล่ออก และสโมสรเลือกโค้ชที่เก๋าประสบการณ์มากที่สุด พร้อมค่าเ

หนื่อยที่มากกว่า โปเช็ตติโน่ 2 เท่า … เรื่องนี้มันอย่างไรกันแน่?

ผมเลือกคุณ…คุณเลือกผม 

นับตั้งหมดยุค ฆวนเด้ รามอส พาทีมคว้าแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ (ลีกคัพ) ในปี 2008 สเปอร์ส กลายเป็นทีมที่มักจะโดนล้อและปรามาสว่าเป็นพวกสั่นเดิมพัน

กล่าวคือต่อให้จะหวือหวาน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน แต่บั้นปลายสุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถเป็นแชมป์ได้ … ในบอลถ้วยเมื่อถึงรอบที่กดดันมากๆ ทั้งรอบตัดเชือกและรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาก็แพ้ และในฟุตบอลลีกที่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง พวกเขาก็ยืนระยะไม่ได้ เป็นผู้ไล่ก็ไล่ไม่ทัน และเมื่อเป็นผู้นำก็มักสะดุดขาตัวเองทุกครั้งไป

 

จนกระทั่งในปี 2014 พวกเขาแต่งตั้ง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือของ เซาธ์แฮมป์ตัน ขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ที่จะนำทีมไปสู่ยุคใหม่ แม้ว่าในเวลานั้น “พอช” 

จะยังไม่ได้ทำให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้แชมป์ แต่ด้วยทรัพยากรที่มี เขาเปลี่ยนทีมไปอย่างเห็นได้ชัดจากยุคของ ไนเจล แอดกิ้นส์ ผู้พาทีมเลื่อนชั้นมาจากลีก

แชมเปี้ยนชิพ แต่กลับทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันในลีกสูงสุด ด้วยการจบอันดับ 8 ทันทีในฤดูกาล 2013-14 ภายใต้นักเตะเดิมๆ แทบจะยกชุด

แดเนี่ยล เลวี่ นักธุรกิจดังและซีอีโอของ สเปอร์ส คือหนึ่งในคนตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งนี้ เขามองว่า สเปอร์ส มีระบบอคาเดมีที่ยอดเยี่ยม มีนักเตะหนุ่ม

และเงินทุนจำนวนหนึ่งสำหรับการซื้อนักเตะที่ “ไม่ดังมากแต่ต่อยอดได้” เขาต้องการใครสักคนที่รีดศักยภาพของนักเตะออกมาให้ได้ จนกระทั่งมาจบที่

โปเช็ตติโน่ กุนซือผู้กำลังเริ่มไต่ระดับความท้าทายของอาชีพ ซึ่งเลวี่เชื่อว่า พอช จะเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ของสโมสรที่โดนปรามาสมาโดยตลอด

“อีก 10-15 ปี ต่อจากนี้ไป สโมสร ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง” นี่คือวิสัยทัศน์ของ เลวี่ เขาไม่ได้ขายฝัน ไม่ได้บอกว่าระยะเ

วลาสั้นๆ 1-2-3 หรือ 5 ปี แต่เขามองตามความจริง และเชื่อว่าหากทำทุกอย่างให้แน่นจากรากฐาน แม้จะใช้เวลานานแต่สุดท้ายทีมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

 

โปเช็ตติโน่ เป็นคนหนุ่มที่ไม่ได้มีแค่ผลงานในสนามที่ดีเท่านั้น เขาเชื่อมั่นในการทำงานหนัก นักเตะทุกคนมีคุณภาพหากเอามาใช้ให้ถูกที่ และที่สำคัญเขาทำ

ให้ทุกคนดูเป็นแบบอย่าง ซึ่งนั่นคือวิธีของผู้นำที่ดีที่สุด และเหตุผลที่เขาเลือก สเปอร์ส ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า เลวี่ เป็นคนประเภทเดียวกับเขา นั่นคือเป็นพวกไม่มี

ว่างให้ความผิดพลาด

“แดเนี่ยล เลวี่ ไม่ใช่คนที่ทำงานเช้าชามเย็นชามหรอก เขาทำงานหนักมากไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ให้กับคนอื่นๆ ในสโมสร เขาสร้างทั้งบ้านพัก

ศูนย์ฝึกซ้อมที่หรูอย่างกับโรงแรม 5 ดาวให้นักเตะ … ตอนแรกผมถามเขาว่าแล้วคุณจะมานอนที่นี่เมื่อไหร่? เขาตอบว่า ไม่หรอก ที่นี่ไม่ใช่

ที่สำหรับผม มันสำหรับคุณกับพวกนักเตะต่างหาก” โปเช็ตติโน่ พยายามอธิบายถึงเบื้องหลังที่น้อยคนจะรู้

หากเปรียบสเปอร์สเหมือนกับสาวสู้ชีวิตที่พยายามจะมีหน้ามีตาในสังคม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็เปรียบเหมือนหนุ่มวัยกลางคนที่กำลังไฟแรงและมี

ความทะเยอทะยาน นี่คือการจับคู่เพื่อนาคตอย่างแท้จริง

5 ปีแรกที่เต็มไปด้วยความชื่นชม 

ก่อนหน้านี้ไม่มีนักเตะสเปอร์สคนใดเลยที่เคยร่วมงานกับ โปเช็ตติโน่ มาก่อน ภายนอกเขาอาจจะดูไม่ต่างจากกุนซือหนุ่มใจดี แต่หากใครได้ร่วมงานกับ

เขาจะรู้ทันทีว่ามันคือการลงนรกก่อนเพื่อเดินทางไปยังสรวงสวรรค์ที่ปลายทาง

ตอนอยู่กับเซาธ์แฮมป์ตัน โปเช็ตติโน่ ขึ้นชื่อมากเรื่องการเข้มงวดในการฝึกซ้อม และเมื่อซ้อมเสร็จเขายังเกาะติดผู้เล่นทุกวิธี ทั้งการเก็บตัวอย่างน้ำลาย,

ให้นักเตะตอบคำถามเพื่อสุขภาพ, เช็คเรื่องการพักผ่อนและนอนหลับ ทุกๆ เช้าจะมีการสำรวจว่าแต่ละคนพร้อมแค่ไหนสำหรับการฝึกซ้อม

“ตารางชีวิตของผมมีแค่ออกจากโรงแรมแล้วมาที่สนามซ้อมเท่านั้น วิถีของฟุตบอลไม่มีสิ่งที่เรียกว่าตารางเวลาจริงๆ หรอก เราแค่ทำงาน

หนักกันทั้งวัน ห้องทำงานผมเปิดตลอดเวลาเพื่อให้พวกเขาเข้ามาถามข้อสงสัยได้เสมอ” โปเช็ตติโน่ เคยกล่าวถึงวิธีการทำงานของเขา

“เราแค่ทำกันแบบมืออาชีพ แต่ไม่ได้อยากให้มันตึงเกินไปสำหรับนักเตะ ทว่าทุกอย่างต้องได้รับการตรวจสอบ น้ำลายบอกถึงสุขภาพความ

เป็นอยู่ที่ดี การติดเครื่อง GPS และเครื่องมือเก็บข้อมูลเชิงสถิติอื่นๆ ก็ด้วย บางครั้งคุณต้องผลักดันพวกเขา (นักฟุตบอล) ให้หนัก เพื่อให้ไ

ด้สิ่งที่ดีที่สุดจากพวกเขา ถามว่าผมทำแบบนั้นเพื่ออะไร? ก็เพื่อว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะได้รู้ถึงวิธีปฎิบัติตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เล่นที่มีประสิทธิ

ภาพมากขึ้น” โปเช็ตติโน่ ย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่ใช่คนฝึกนักเตะหนักจนเกินไป แต่ที่เขาต้องการข้อมูลก็เพราะเชื่อว่า ทุกการซ้อมนั้นคุณภาพเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าปริมาณ

คุณภาพที่เขาว่าถึงนั่นแหละ ที่เป็นนรกซึ่งนักเตะภายใต้การทำทีมของเขาจะต้องผ่าน นั่นทำให้ปีแรกกับ สเปอร์ส โปเช็ตติโน่ ได้เลือกนักเตะหนุ่มหลาย

คนขึ้นมามีบทบาทกับสโมสร แฮร์รี่ เคน ในวัย 21 ปีกลายเป็นตัวความหวังสูงสุดทั้งๆ ที่มีกองหน้าดีกรีเยี่ยมกว่าอย่าง เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่มีประ

สบการณ์ในลีกมากมาย และ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ดาวยิงทีมชาติสเปน

ขณะที่คนอื่นๆ ที่ถูกดันมาในปีแรกของ พอช กลายเป็นตัวความหวังของทีมทั้งหมดทั้ง เดเล่ อัลลี (ซื้อมา 5 ล้านปอนด์), เอริค ดายเออร์ (ซื้อมา 4 ล้านปอนด์)

และ เบน เดวี่ส์ (หนึ่งในดีลแลกตัวกับ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน) หลังจากนั้น พอช โชว์สายตาที่แหลมคมในการคว้านักเตะใหม่ๆ เข้ามาแล้วยกระดับทีมได้ทันที ทั้ง

คีแรน ทริปเปียร์, ซน ฮึง มิน, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ลูคัส มูร่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ สเปอร์ส ติดอันดับ 1-4 มาตลอดตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16 เป็นต้นมา

จนกระทั่ง

นอกจากการฝึกซ้อมที๋โหดขึ้นชื่อแล้ว มีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ สเปอร์ส มีผลงานดีและไม่มีนักเตะคนไหนมีปัญหาใหญ่ภายในทีม คือการเลือกซื้อและเลือกใช้นัก

เตะแต่ละคนที่มีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน จะเห็นได้ว่านักเตะของ สเปอร์ส แต่ละคนอยู่ในช่วงวัยหนุ่ม อยากพิสูจน์ตัวเองกันแทบทั้งนั้น พวกเขาอายุ 20 ต้นๆ ก็สามารถขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้แล้ว ผ่านการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงและการเชื่อใจโปเช็ตติโน่

 

ทุกอย่างมาสุกงอมเห็นผลในการบ่มเพาะราว 3-4 ปีให้หลังจากที่ พอช เข้ามา เพราะ ณ เวลานั้น สเปอร์ส เป็นทีมที่เก็บแต้มได้สม่ำเสมอในยามเจอกับทีมระดับ

ต่ำกว่า ซึ่งต่างกับยุคก่อนๆ ที่พวกจะพลาดแบบไม่น่าให้อภัยอยู่บ่อย แฮร์รี่ เคน การันตี 20 ประตูต่อ 1 ซีซั่น, เดเล่ อัลลี ยิงประตูระเบิดระเบ้อจนติดทีมชาติ

อังกฤษชุดใหญ่, คริสเตียน เอริคเซ่น กลายเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ดีที่สุดในลีกคนหนึ่ง ส่วน ซน ฮึง มิน ก็ก้าวขึ้นสู่มาตรฐานผู้เล่นระดับสูง ถูกตีมูลค่าทางการ

ตลาดมากกว่า 80 ล้านปอนด์

และแน่นอนที่สุด คือการเข้าชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2018-19 ที่ผ่านมาคือสิ่งที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า สเปอร์ส นั้นมาถูกทางแล้ว พวก

เขาเริ่มมี DNA ของผู้ชนะชัดเจน โดยเฉพาะรอบ 4 ทีมสุดท้ายที่เชือด อาหยักซ์ ได้ในช่วงวินาทีสุดท้ายของเกม แต่ก็อย่างที่เรารู้กัน ลิเวอร์พูล คู่ชิงของ

พวกเขาก็เป็นทีมที่มี DNA ของผู้ชนะพุ่งพล่านไม่ต่างกันและน่าจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะทัพหงส์แดงแสดงให้เห็นมาหลายครั้งว่าพวกเขามักจะเปลี่ยนผล

การแข่งขันในช่วงท้ายเกมได้อยู่บ่อยๆ

สุดท้ายก็อย่างที่ทุกคนรู้กัน ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะสเปอร์ส 2-0 ด้วยประตูในช่วงเวลาที่ว่ากันว่ามีอิทธิพลสุดๆ ในกีฬาฟุตบอล นั่นคือช่วงต้นเกมและท้าย

เกม … สเปอร์ส แพ้ นักเตะของพวกเขาเดินคอตกหลังเกมจบ แต่ โปเช็ตติโน่ เดินลงมาในสนามก่อนจะปลอบและให้กำลังใจลูกทีมของเขาทุกคน

แม้จะเป็นรองแชมป์แต่ไม่ว่านักวิจารณ์จากสำนักไหนต่างก็ชื่นชมการทำงานของ โปเช็ตติโน่ และทีมชุดนี้ของเขา ทุกคนมองว่านี่คือทีมคนหนุ่มแห่งอนาคต

หากเก็บหลักไว้ได้ทั้งหมด พวกเขาจะไม่เป็นผู้แพ้ตลอดไปในอนาคตแน่นอน และนั่นคือภารกิจที่ โปเช็ตติโน่ ต้องทำให้ได้

หลังจากนั้นอีก 6 เดือน

5 ปีแห่งความชื่นชมจบลงด้วยการเป็นรองแชมป์ถ้วยยุโรป เมื่อกลับมาสู่การเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาล 2019-20 สเปอร์ส กลับมาใช้เงินในตลาดซื้อขายอีกครั้ง

หลังจากปีที่แล้วเข้าชิงได้โดยไม่ต้องซื้อตัวผู้เล่นเลยแม้แต่คนเดียว

 

ทว่าเมื่อกลับมาลงเล่นพร้อมผู้เล่นใหม่อีก 3-4 ราย กลับกลายเป็นว่า สเปอร์ส ออกอาการยิ่งเล่นยิ่งเละ ไม่เหลือเค้าความดุดันเหมือนที่ผ่านมาๆ เลยแม้แต่น้อย

… เมื่อก่อนถึงแม้สเปอร์สอาจจะพลาดบ้าง แต่ทุกเกมจะได้เห็นเกมรุกที่รวดเร็วและแม่นยำ มีสกอร์เยอะๆ ให้เห็นตลอด แต่ปีนี้แปลก แม้แต่ แฮร์รี่ เคน ก็เพิ่งยิง

ในพรีเมียร์ลีกได้แค่ 6 ลูกเท่านั้น ทั้งๆ ที่ปีนี้เขาฟิตลงสนามถึง 11 จาก 12 เกมแรกของฤดูกาล

สเปอร์ส พบกับความพ่ายแพ้เกือบทุกสัปดาห์ การตกรอบฟุตบอล คาราบาว คัพ (ลีกคัพ) ด้วยน้ำมือทีมโนเนมอย่าง โคลเชสเตอร์ การโดน บาเยิร์น มิวนิค

บุกมายิงถึงรัง 7-2 ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงการตกมาอยู่อันดับที่ 14 ของ สเปอร์ส คือเรื่องที่หนักหนากว่าที่ใครคิดไว้เยอะ มันเป็นไปได้อย่างไรในเวลา

แค่ไม่ถึง 6 เดือน?

มาร์ค อ็อกเดน ผู้สื่อขาวของ ESPN ลงไปล้วงลึกเรื่องนี้ และบอกว่าสัญญาณของการแตกหักระหว่าง สเปอร์ส ที่นำโดย ซีอีโอ อย่าง เลวี่ กับกุนซืออย่าง

โปเช็ตติโน่ เริ่มส่งกลิ่นออกมาได้สักพักใหญ่ก่อนที่จะมาถึงเกมนัดชิงแชมป์ยุโรปด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่เบสิคมากๆ ในทุกหน่วยงานทั่วโลก นั่นคือการสื่อสาร

ที่ผิดพลาด และแนวคิดที่ต่างกันระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฎิบัติการ เกิดการล้วงลูกและต่างฝ่ายต่างไม่พอใจจนเกิดการต่อต้านของกันและกัน

เรื่องเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 เมื่อ เลวี่ ได้ปลด พอล มิตเชลล์ ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสรรหาและวิเคราะห์นักเตะของทีมออกไป ซึ่งตัวของ

มิตเชลล์ ทำงานร่วมกับ พอช ตั้งแต่อยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แล้ว ส่วนประเด็นที่ปลดออกนั้น แม้ไม่มีระบุชัดเจนแต่เชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณการสร้าง

ทีมที่ลดลง ภายใต้การสร้างสนามใหม่ที่ใช้เงินมากกว่าที่คิดและล่าช้ากว่าที่คาด ซึ่งการลดงบประมาณเป็นเหตุให้งานของ มิตเชลล์ ที่มีหน้าที่ซื้อนักเตะมา

เสริมในจุดที่ทีมขาดต้องหยุดชะงักลงไป

รายงานระบุต่อว่าในซัมเมอร์ 2019 เป็นช่วงที่เสียงระหว่าง พอช และ เลวี่ แตกที่สุด พวกเขาไม่สามารถทำงานร่วมกันได้เพราะเห็นตรงข้ามกันแทบทุกเรื่อง

พอช อยากให้ทีมทุ่มเท่าไหร่ก็ได้เพื่อรั้งนักเตะอย่าง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ เอริคเซ่น ที่สัญญากำลังจะหมดลง แต่ เลวี่ เห็นด้วยแค่ครึ่งเดียว นั่นคือเขา

พยายามจะต่อสัญญาจริง แต่เขามีนโยบายที่จะไม่ทุ่มเงินก้อนโต

ทุกคนรู้ดีว่านักเตะอย่าง เอริคเซ่น, แยน แฟร์ตองเก้น และ อัลเดอร์ไวเรลด์ ที่จัดเป็นแข้งแถวหน้าของลีกในตำแหน่งของพวกเขา ได้รับค่าเหนื่อยในปัจจุบัน

ไม่ถึง 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยด้วยซ้ำ และในยุคที่ค่าเหนื่อยนักเตะพุ่งกระฉูดแตะหลัก 3-4 แสนปอนด์นั้น สเปอร์ส ไม่ยอมหมุนตาม พวกเขาปฎิเสธ

ที่จะทำลายเพดานค่าเหนื่อยของตัวเอง (ซึ่งน้อยกว่าบิ๊ก 6 ทุกทีม) และปล่อยให้ทั้ง 3 นักเตะรอวันย้ายแบบฟรีๆ ในทุกวันนี้

เรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปเมื่อแข้งเหล่านี้ยังเป็นนักเตะหนุ่มที่ไม่มีชื่อเสียงมากมายนัก การเข้ามาของ พอช เปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นสตาร์ ดังนั้นมันจึงเป็น

วัฏจักรตามธรรมชาติ เมื่อพวกเขาเก่งขึ้น พวกเขาก็ย่อมเรียกร้องในสิ่งที่มากขึ้น

ตอนยังเด็กพวกเขาไม่ได้คิดถึงอะไรมากมายแบบนั้น เด็กของพอช แค่ขอบคุณเขาสำหรับโอกาสที่มอบให้ ไม่ว่าเสนออะไรมาพวกเขาก็พร้อมจะคว้าไว้ทั้งหมด

แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน … จะว่าอย่างนั้นก็ได้

ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา สเปอร์ส ได้ ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่, โจวานนี่ โล เซลโซ่ และ ไรอัน แซสเซญง มาเสริมทัพ แต่ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อใหญ่ของอังกฤษบอกว่า

นี่ไม่ใช่นักเตะที่ โปเช็ตติโน่ ต้องการ แต่เป็นการซื้อเพื่อปั้นและขายในอนาคตมากกว่า ซึ่งแต่ละคนเป็นนักเตะที่ไม่ได้มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลยในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม โปเช็ตติโน่ อยู่กับทีมมา 5 ปีและเพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่ไม่นาน แม้จะไม่พอใจแต่เขาไม่ลาออก เขาชื่อว่าจะแก้ไขผลงานที่ย่ำแย่ได้ เขามักจะให้สัมภาษณ์ในแนวนั้นตลอด และไม่มีใครคิดว่า สเปอร์ส จะกล้าไล่เขาออกจากตำแหน่งเพราะจะต้องเสียค่าชดเชยก้อนโต แถมพอช เป็นกุนซือเนื้อหอมหากมีทีมไหนอยากได้เขาไปคุมทีมระหว่างที่เขาคุม สเปอร์ส อยู่ ไก่เดือยทอง จะได้ค่าฉีกสัญญาอีก

แต่ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในโลกของฟุตบอล ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โปเช็ตติโน่ ให้สัมภาษณ์ด้วย “พอยต์” ที่เปลี่ยนไป เขาพูดเหมือนมีบางอย่างติดขัดสำหรับสิ่งที่เขาวางแผนไว้

“เรามารอดูกันว่าผมจะมีเวลาได้สร้างสิ่งที่ต้องการหรือไม่” โปเช็ตติโน่ กล่าว … เปรี้ยงหลังจากนั้นเขาก็โดนไล่ออกในวันที่ 19 พฤศจิกายน

การตัดสินใจที่ยากลำบาก

“พวกเรากล้ำกลืนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ และไม่ใช่การตัดสินใจที่บอร์ดบริหารไม่คิดพิจารณาหรือเร่งรีบตัดสินใจแต่อย่างใด”

แดเนี่ยล เลวี่ ร่ายผ่านประกาศจากสโมสรเมื่อ โปเช็ตติโน่ กลายเป็นเพียงอดีตของท็อตแน่ม

“สืบเนื่องจากผลงานในลีกเมื่อปลายฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงช่วงต้นฤดูกาลนี้นั้นถือว่าน่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ผลตกมาที่บอร์ดที่ต้องทำการตัด

สินใจอันยากลำบาก ยิ่งกว่านั้นคือพวกเรามีช่วงเวลาที่น่าจดจำร่วมกับ เมาริซิโอและสตาฟฟ์โค้ชของเขา แต่สิ่งที่เราทำนั้นเพื่อผลประโยชน์ของสโมสร”

แถลงการณ์นี้หากอ่านดูอย่างละเอียดแล้ว พอจะมองเห็นภาพรวมได้ว่าสเปอร์สไม่คิดว่า โปเช็ตติโน่ จะทำให้ทีมไปไกลยิ่งกว่านี้ได้ … สเปอร์ส ต้องการแชมป์

และในชีวิตกุนซือของ พอช เขายังไม่เคยทำมันได้แม้แต่รายการเดียว … เขาเก่งแค่ไหนทุกคนรู้ แต่เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ได่หรือไม่? อันนี้ไม่มีใครรู้

“เรามีนักเตะในทีมเต็มไปด้วยนักเตะมากพรสวรรค์ เราควรต้องปลุกไฟพวกเขากลับมาและนำผลการแข่งขันที่ดีมาให้แฟนบอลให้ได้” เลวี่ ว่าต่อ

ในแถลงการณ์ซึ่งก็ผนวกเข้ากับข่าวลือที่ว่าก่อนหน้านี้ไฟในการทำงานของ พอช ลดลง เขามักจะให้สตาฟโค้ชคุมซ้อมเป็นหลัก ขณะที่เขาใช้เวลานั่งอยู่ในออฟฟิศ

ผิดธรรมชาติกุนซือผู้บ้าคลั่งการฝึกซ้อมอย่างเขา

หลังจาก โปเช็ตติโน่ ลงจากตำแหน่งได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง แถลงการณ์จากสเปอร์สฉบับที่สองก็ถูกปล่อยสู่สาธารณะ “โชเซ่ มูรินโญ่ คือผู้จัดการทีมคนใหม่ของ

ท็อตแน่ม” ความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบในการปิดดีลนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าทุกอย่างถูกเตรียมการมาเป็นพักใหญ่ๆ ทั้งการคุยกับ พอช เพื่อหาทางออก

และคุยกับ มูรินโญ่ สำหรับงานที่จะเสนอให้

มูรินโญ่ เข้ามาและได้ค่าเหนื่อยปีละ 15 ล้านปอนด์ (ตามแหล่งข่าวหลายแห่งยืนยัน) มากกว่าที่ โปเช็ตติโน่ เคยได้รับ 2 เท่า และมีเพียง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

คนเดียวเท่านั้นที่มากกว่า

สเปอร์ส ที่ไม่เคยคลั่งเรื่องการจ่ายเงินก้อนโตเพื่อนักเตะ แต่กลับทำเพื่อจ้างโค้ชคนใหม่ ในนาทีที่โค้ชคนเก่ายังคงเป็นขวัญใจที่แฟนๆ ชื่นชอบอยู่ย่อมมีเหตุผล

อย่างแน่นอน มันเป็นเหตุผลที่ เลวี่ บอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก … แต่อะไรคือเหตุผลที่ต้องเป็น มูรินโญ่ และทำไมต้องจ่าย 2 เท่ากันแน่?

หนุนหลังผม…แล้วผมจะทำให้คุณเป็นแชมเปี้ยน

มูรินโญ่ อาจจะต่างกับ พอช ในแง่ของ คาแร็คเตอร์ คือผู้คนจะมีความรู้สึกของเขาแบบชัดเจน 2 ด้าน ไม่รักสุดๆ ก็เกลียดขี้หน้ากันจัดๆ นั่นคือสิ่งที่ มูรินโญ่ เป็น

ไม่เหมือนกับ พอช ที่ถูกมองในแง่บวกมากกว่า หรืออย่างน้อยๆ เขาก็มีคนเกลียดน้อยกว่า มูรินโญ่ แน่นอน

ทว่าสิ่งที่ พอช ไม่มีแต่ มูรินโญ่ มี คือประสบการณ์ในการพาทีมเป็นแชมป์ ในแง่ของการทำงาน มูรินโญ่ เองก็เป็นคนที่จริงจัง เขาเป็นพวกที่ตระเตรียมทุกอย่างไว้

ในหัวของเขา เขาวางแผนตลอดทั้งวัน เขามาถึงออฟฟิศก่อนเวลางาน ทันทีที่เขาเข้ามาคุมซ้อมกับ สเปอร์ส เขาเตรียมแผนการซ้อมของเขามาด้วยและเขารู้ว่าส่วน

ที่สำคัญที่สุดที่ควรเน้นในวันแรกคืออะไร … นั่นคือการ “พูดคุย”

ESPN ขยายเรื่องนี้ต่อว่า มูรินโญ่ ตกลงกับ สเปอร์ส ไว้ราวๆ 3 สัปดาห์ก่อนปลด โปเช็ตติโน่ ดังนั้นมันนานพอที่จะทำให้วางแผนทีละขั้น สิ่งที่เขาอยากทำให้ได้

ป็นอย่างแรกคือ “การเอาชนะในห้องแต่งตัว” ซึ่งนั่นคือจุดแข็งจุดหนึ่งของเขา ซึ่งหลังจากนี้มีการเปิดเผยว่า มูรินโญ่ จะนัดลูกทีมแต่ละคนเข้ามาคุยเป็นรายตัว

ในเร็วๆ นี้เพื่อเป็นการ “รู้เขารู้เรา” อีกด้วย

ในการซ้อมของ สเปอร์ส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มูรินโญ่ แสดงพลังของเขาให้กับลูกทีมใหม่วัยคะนองของเขาเห็น เขาบอกทุกคนว่าเขาคือคนที่คว้าแชมป์ในทุกๆ

ที่ที่เขาไป แม้กระทั่งช่วงแย่ๆ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาก็ยังได้มา 2 แชมป์ (ลีก คัพ และ ยูโรปาลีก) และที่นี่งานของเขาเหมือนเดิม นั่นคือการเอาแชมป์มาให้

สเปอร์ส ให้ได้

แชมป์ คือสิ่งที่ เลวี่ เชื่อว่า มูรินโญ่ สามารถเอามันมาให้เขาได้เร็วกว่าที่จะรอ โปเช็ตติโน่ สั่งสมประสบการณ์ … ผลงานในอดีตยืนยัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ มูรินโญ่

รวมทีมเป็นหนึ่งเดียว และลูกทีมพร้อมจะเดินตามหลังเขาเหมือนกับที่เขาเคยทำได้ เหมือนกับสมัยคุม ปอร์โต้, เชลซี (รอบแรก) และ อินเตอร์ สิ่งที่รออยู่ข้างหน้า

คือความยิ่งใหญ่สถานเดียว …

ยิ่งกว่าแชมป์คืออะไร? 

แดเนี่ยล เลวี่ คือคนที่ฉลาดมากในการวางแผนงานแต่ละอย่าง เขาทำสเปอร์สให้มีกำไรจากการขายนักเตะจนสามารถสร้างความมั่นใจถึงขั้นกู้เงินมาสร้างสนามใหม่

ขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นการจ้างมูรินโญ่ ไม่ได้มีประโยชน์แค่ต่อเดียวเท่านั้น

การได้ มูรินโญ่ เข้ามา ช่วยสร้างมูลค่าทางการตลาดมากกว่าเดิม มูรินโญ่ ถือเป็นชื่อระดับ “โกลบอล แบรนด์” (แบรนด์ระดับโลก) แม้แต่คนไม่เคยดูฟุตบอลก็ยัง

พอนึกชื่อนึกหน้าออก ดังนั้นสิ่งที่ สเปอร์ส จะได้จากเขาคือความสนใจในวงกว้างที่มากกว่าเดิม นั่นคือสิ่งที่ เลวี่ “อาจจะ” ปูทางไว้เพื่อบางอย่าง

มีการวิเคราะห์กันในสำนักข่าวต่างประเทศว่า การแต่งตั้ง มูรินโญ่ เป็นบันไดขั้นแรกสำหรับการขายสโมสร โดยเป็น ESPN อีกเช่นเคยที่อ้างว่าพวกเขามีแหล่งข่าวก

ระซิบมาว่า ENIC กรุ๊ป ที่เป็นเจ้าของ สเปอร์ส มีความสนใจอยากจะขายทีม ดังนั้นการมี มูรินโญ่ เป็นโค้ชดูจะเป็นอะไรที่ดึงดูดผู้ซื้อได้มากกว่าที่จะเป็นชื่อของ

โปเช็ตติโน่ อยู่พอสมควร

ตอนนี้ สเปอร์ส เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ามากที่สุดอันดับ 9 ของโลก จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes ซึ่งเป็นอันดับที่ต้องให้เครดิตกับการทำงานของ เลวี่

และการคุมทีมของ โปเช็ตติโน่ รวมถึงนักเตะในทีมที่ทำให้ สเปอร์ส ไต่มาถึงจุดนี้ได้

สิ่งที่รออยู่จากนี้คือ สเปอร์ส มีสนามใหม่ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของพรีเมียร์ลีก มีกุนซือระดับโลก และมีทีมคนหนุ่มแห่งอนาคต ทุกอย่างล้วนดูเป็นองค์ประกอบที่ทีม

จะประสบความสำเร็จต้องมีทั้งนั้น

“อีก 10-15 ปีสโมสรแห่งนี้จะเปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์” นี่คือคำที่ เลวี่ เคยว่าไว้เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเมื่อดูจากทิศทางต่างๆ ที่กล่าวเขาทำได้จริงไม่ได้โม้ในช่วง

1 ส่วน 3 ของเวลาที่กำหนดไว้ (5 ปีแรกจากแผนงาน 15 ปี)

การปลดโปเช็ตติโน่ คือเดิมพันครั้งใหญ่ที่ สเปอร์ส เสี่ยงมาก แต่ถึงอย่างนั้นมีคำกล่าวที่ว่า “การอยู่เฉยๆ แบบไม่เสี่ยงอะไรเลยนั่นแหละ คือความเสี่ยงที่สุดในโลก”

ดังนั้นคงต้องเปรียบกับการสร้างบ้านหนึ่งหลัง คงพออนุมานได้ว่า โปเช็ตติโน่ คือผู้รับเหมาที่เข้ามาวางโครงสร้างและสร้างรากฐานให้แข็งแกร่ง และเมื่ออยู่จนครบ

สัญญาทำงานที่ตัวเองทำได้จนครบแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อ

ส่วนมูรินโญ่นั้นคงเปรียบได้กับ “นักออกแบบ” ที่จะทำให้บ้านหลังนี้มีมูลค่าเตะตาคนมาเห็นให้ได้มากกว่าที่เคยเป็น … สเปอร์ส คิดถูกหรือไม่สำหรับการตัดสินครั้งนี้

เวลาเท่านั้นที่จะบอกเรา

คลิกเลย >>> ผลบอลพรีเมียร์ลีก

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>> https://bookrank.net/ 

UFABETWINS มีตัวอย่างให้เห็น!มูรินโญ่โต้พวกวิจารณ์เมินปั้นดาวรุ่ง

หลังจากโดนตั้งประเด็นว่าไม่ค่อยผลักดันดาวรุ่ง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด

มีตัวอย่างให้เห็น!มูรินโญ่โต้พวกวิจารณ์เมินปั้นดาวรุ่ง

หลังจากโดนตั้งประเด็นว่าไม่ค่อยผลักดันดาวรุ่ง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สวนกลับว่าขนาด สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ ราฟาแอล วาราน ยังมาจากฝีมือการดันของตนเลย พร้อมระบุ การให้โอกาสดาวรุ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรชั้นนำแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอบโต้ประเด็นที่บอกว่าตนไม่ค่อยปลุกปั้นนักเตะดาวรุ่ง ด้วยการบอกว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ราฟาแอล วาราน ปราการหลัง เรอัล มาดริด คือคนที่ตนเคยผลักดันอย่างเต็มที่จนกลายเป็นนักเตะฝีเท้าดีเหมือนอย่างงในทุกวันนี้

ถึงแม้เจ้าตัวจะได้แชมป์หลายรายการตลอดอาชีพการคุมทีม แต่ มูรินโญ่ ก็มีภาพลักษณ์ติดตัวว่าเป็นกุนซือที่ชอบใช้เงินไล่ซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทัพเพื่อทำให้ทีมประสบความสำเร็จแบบเร่งด่วน โดยตัวอย่างที่หลายคนมักจะพูดถึงบ่อยๆ คือกรณีที่เขาไม่ใช้งาน เควิน เดอ บรอยน์ ในตอนที่กองกลางชาวเบลเยียมยังเป็นดาวรุ่งที่ เชลซี ก่อนที่ เดอ บรอยน์ จะกลายเป็นหนึ่งในจอมทัพของวงการลูกหนังในตอนนี้

หลังจากโดนนักข่าวถามถึงประเด็นที่เขาไม่ค่อยให้โอกาสแข้งอายุน้อยแล้วนั้น มูรินโญ่ ก็ตอบว่า “ใช่ มันเป็นประเด็นที่สำคัญมากๆ (ที่ต้องดันดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่) สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นนักเตะแค่คนเดียวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำผลงานได้ดีในตอนนี้ ส่วน ราฟาแอล วาราน ก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของโลกไปแล้ว ช่างเป็นคำตำหนิที่ยุติธรรมดีเหลือเกิน”

แลมพาร์ดเผยตลาดหน้าหนาวคิดซื้อแข้งตำแหน่งไหน?

แลมพาร์ดเผยตลาดหน้าหนาวคิดซื้อแข้งตำแหน่งไหน?

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ ในตลาดช่วงหน้าหนาวนี้ทีมของตนจะคิดเรื่องการซื้อกองหน้ามาร่วมทัพ แต่ยัน การช็อปจะไม่ส่งผลถึงโอกาสการได้ลงเล่นของเหล่าดาวรุ่งแน่นอน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าทีมของตนจะพิจารณาเรื่องการเสริมทัพในตำแหน่งกองหน้า ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้

เชลซี เคยโดนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษด้วยการห้ามลงทะเบียนแข้งหน้าใหม่ถึง 2 ช่วง ประกอบด้วยช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และช่วงเดือนแรกของปี 2020 จากการที่ถูกตัดสินว่าดึงนักเตะเยาวชนมาร่วมทีมแบบผิดกฎ แต่ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) เพิ่งตัดสินลดโทษให้เหลือเพียงช่วงเดียว ทำให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” สามารถดึงนักเตะหน้าใหม่มาร่วมทีมแล้วใช้งานได้ทันทีในช่วงเดือนมกราคมนี้ ซึ่งมันก็ทำให้ที่ผ่านมา เชลซี มีข่าวกับหลายคน อย่างเช่น วิลฟรีด ซาฮา ปีก คริสตัล พาเลซ, เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น

แลมพาร์ด เผยหลังพาทีมชนะ ลีลล์ 2-1 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อวันพุธที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า “ผมพิจารณาทุกตำแหน่งของทีมอยู่เสมอ ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเราเสีย เอแด็น อาซาร์ ไป เขาเป็นคนที่มีส่วนสำคัญอย่างมากทั้งด้านการทำประตูและการสร้างโอกาสทำประตูของเราในฤดูกาลก่อน และถ้าพูดกันตรงๆ ก็รวมถึงใน 2 ซีซั่นที่แล้วด้วย”

“สิ่งที่ผมพูดถึงเกี่ยวกับวันนี้ก็คือเรายิงพลาดในบางจังหวะ ผมคิดว่าเราอาจจะสามารถพิจารณาถึงการเสริมทัพ และเดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงอาจจะทำให้มันมีการแย่งตำแหน่งกันมากกว่านี้ในพื้นที่นั้นด้วย”

อย่างไรก็ตาม แลมพาร์ด เสริมว่าหากมีการเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคมนี้ มันก็จะไม่ได้ส่งผลให้บรรดาดาวรุ่งของทีมได้รับโอกาสลงเล่นน้อยลงแต่อย่างใด โดยพอโดนถามว่าการช็อปจะเป็นการขัดขวางโอกาสการลงสนามของนักเตะดาวรุ่งหรือไม่นั้น เจ้าตัวก็ตอบว่า “ไม่นะ ผมไม่คิดว่านั่นควรจะเป็นประเด็นที่ต้องมากังวลเลย เพราะพวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อที่จะได้เล่นให้ทีม ผมเชื่อมั่นในคุณภาพของบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมนี้อยู่เสมอ ผมอยากให้พวกเขาทุกคนเล่นได้ดีขึ้น และพวกเขาจะมีฝีเท้าดีขึ้นแน่นอน เพราะพวกเขายังอายุน้อยอยู่ และเพราะพวกเขาอยู่ที่นี่ในช่วงการพัฒนาฝีเท้าของพวกเขา”

ทั้งนี้ ปัจจุบัน เชลซี มีกองหน้าตัวเป้าตามธรรมชาติแค่ 3 คน นั่นคือ แทมมี่ อับราฮัม, มิชี่ บัตชูอายี่ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซึ่งรายของ ชิรูด์ ก็มีข่าวลือเรื่องที่จะโดนปล่อยออกจากทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างหนัก

ไม่รอช้า!เอฟเวอร์ตันเตรียมคุยอันเชลอตติ

ไม่รอช้า!เอฟเวอร์ตันเตรียมคุยอันเชลอตติ

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาของเกาะอังกฤษ ตีข่าว เอฟเวอร์ตัน จะเปิดฉากคุยกับ คาร์โล อันเชลอตติ เพื่อดึงเจ้าตัวมาคุมทีม โดยที่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” อาจจะให้ เดวิด มอยส์ มาคุมทีมแทนไปก่อนด้วย

เอฟเวอร์ตัน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะเริ่มเจรจากับ คาร์โล อันเชลอตติ เพื่อให้เขามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี

อันเชลอตติ ตกเป็นข่าวกับทั้ง เอฟเวอร์ตัน และ อาร์เซน่อล ตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากทั้ง 2 ทีมดังกล่าวกำลังต้องการผู้จัดการทีมแบบถาวรคนใหม่ ส่วนกุนซือชาวอิตาเลียนเองก็ส่อแววว่าจะต้องแยกทางกับ นาโปลี ก่อนที่ล่าสุดเขาจะโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคารที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา

เครดิตโดย: ผลบอลพรีเมียร์ลีก

อ่านต่อได้ที่: https://line.me/R/ti/p/%40ufabetwins

UFABETWINS : ลีกมูรินโญ” ส่งสัญญาณถึง “ลิเวอร์พูล” หลังถล่ม “แมนฯซิตี้”

 

UFABETWINS

 

โชเซ มูรินโญ อดีตกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาส่งสัญญาณสำคัญหลังลิเวอร์พูลเปิดรังถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้..

 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 11 พ.ย. ว่า โชเซ มูรินโญ อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังเปิดสนามแอนฟิลด์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา

ประตูจาก ฟาบินโญ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน ทำให้ลิเวอร์พูลดับซ่า แมนฯซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 34 คะแนน นำจ่าฝูงต่อไป มูรินโญ กล่าวว่า “สำหรับทีมที่ดีมากๆ แล้วเนี่ย 9 คะแนนคือความแตกต่างนะ ดังนั้นคุณต้องควบคุมให้ได้ ดังนั้นผมจะบอกว่าถ้า ลิเวอร์พูลชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผมคิดว่าพวกเขา จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลต้องมีโมเมนตัม ต้องใช้จังหวะที่ซิตี้ ค่อนข้างเปราะบางในตอนนี้ ในความคิดของผมแล้ว การคว้าชัยชนะในบ้านที่แอนฟิลด์ เป็นเพียงแค่ผลลัพธ์เดียวที่ดีสำหรับลิเวอร์พูล”

 

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล็งคว้าตัวดาวเตะดีกรีแชมป์โลกรายนี้มาเสริมความแข็งแกร่ง…

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 9 ธ.ค. ว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังวางแผนคว้าตัว ซามูเอล อุมติตี กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา มาสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดียม

เป็นที่เข้าใจกันว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือเรือใบสีฟ้า กำลังเจอปัญหาแนวรับทั้งอาการบาดเจ็บ และในแง่ของฟอร์มการเล่นที่ไม่น่าพอใจ ส่งผลให้ทีมหล่นมาอยู่อันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในเวลานี้ ดังนั้นเขาจึงมีแผนที่จะดึงนักเตะใหม่มาเสริมทัพในช่วงปีใหม่นี้

ซึ่งรายงานข่าวล่าสุดจาก L’Equipe สื่อดังของฝรั่งเศส ระบุว่า แมนฯซิตี้ มอง อุมติตี เป็นตัวเลือก ที่เป็นไปได้ในเดือนมกราคมนี้ เพื่อเข้ามาเสริมขุมกำลังแนวรับ ขณะที่ตัวของ อุมติตี อนาคตกับบาร์ซาก็ยังไม่มีความแน่นอนเช่นกัน

 โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ กำลังวางแผนคว้าตัว มารูน เฟลไลนี อดีตกองกลางของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเสริมความแข็งแกร้ง ปัจจุบัน เฟลไลนี กำลังค้าแข้งอยู่กับทีมซานตง ลู่เหนิง ในศึกไชนีส ซุปเปอร์ลีก หลังถูกปล่อยออกจาก ทีมปิศาจแดง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งรายงานข่าวล่าสุดจาก DH Les Sports สื่อของเบลเยียม ระบุว่า มูรินโญ สนใจที่จะดึงตัว เฟลไลนี มาร่วมทัพไก่เดือยทอง ในเดือนมกราคมปีหน้า โดย เฟลไลนี เคยร่วมงานกับ มูรินโญ มาแล้วสมัยค้าแข้งกับยูไนเต็ด

ทั้งนี้ เฟลไลนี โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับ ซานตง หลังซัดไปแล้ว 12 ประตู จากการลงเล่น 32 นัด วันที่ 9 ธ.ค. ว่า “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ กำลังพิจารณาคว้าตัว เอดิน เชโก อดีตกองหน้า ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ “หมาป่าเหลืองแดง” โรมา มาเสริมทัพเดือนมกราคมปีหน้า

เป็นที่เชื่อกันว่า มูรินโญ ต้องการคว้าตัวกองหน้าตัวเป้าอีกรายเพื่อมาแบ่งเบาภาระการทำประตูของ แฮร์รี เคน ดาวยิงประจำทีม

ซึ่งรายงานข่าวล่าสุดจาก เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า มูรินโญ ได้ส่งแมวมอง ไปเช็กฟอร์มของ เชโก วัย 33 ปี ในศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี นัดที่โรมาเอาชนะเวโรนาไป 3-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ต้องมารอดูกันว่าสุดท้ายแล้ว เชโก จะได้กลับมา สู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งหรือไม่.

 

 

 

หน้าแรก >>> ผลบอลพรีเมียร์ลีก

 

 

 

เครดิตโดย >>> https://line.me/R/ti/p/%40ufabetwins